นาย พีรพัฒน์ เอ่งฉ้วน 61075948
🌍ความหมาย🌍
:กระบวนการบันทึกภาพด้วยฟิล์มนำออกฉายให้เห็นภาพเคลื่อนไหว
:สื่อที่ถ่ายทอดอารมณ์ เหตุการณ์ ศิลปะ วรรณกรรม สารคดี และจินตนาการ ออกสู่สาธารณะชน ในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว
📍คุณลักษณะ
:ต้นทุน/ซับซ้อน
:ใช้ทรัพยากรบุคคลทักษะสูง
:ถูกครอบครองโดยบริษัทใหญ่ๆ
:คุณค่าทางศิลปะสูง
:มิติของสังคมและวัฒนธรรม
📍พัฒนาการของสื่อภาพยนตร์
ภาพยนตร์เกิดจากหลักการ “ภาพติดตา” หมายถึง การที่ดวงตาของมนุษย์จะยังคงเห็นภาพค้างอยู่ในดวงตาระยะหนึ่ง
1.ยุคบุกเบิก (ค.ศ.1815-1907)
การทดลองของเอ็ดเวิร์ด มอยบริดจ์
ชาวอังกฤษได้คิดค้นอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูภาพเคลื่อนไหว “zoopraxiscope” ได้สำเร็จและเผยแพร่ต่อสาธารณชนราวปี
ค.ศ. 1879 การศึกษาของมอยบริดจ์กลายเป็นแรงบันดาลใจ
การทดลองของเอดิสันและคณะ
🎈เอดิสันทดลองเกี่ยวกับภาพยนตร์ในราวปี ค.ศ.1888
สามารถประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพยนตร์เครื่องแรกของโลกได้ในปี 1890 ชื่อ “Kinetograph” และประดิษฐ์ภาพยนตร์ที่เรียกว่า Kinetoscopeในปี 1891 เป็นลักษณะ “ถ้ำมอง” ที่ดูได้ทีละคน
🎈สิ่งประดิษฐ์ของพี่น้องลูมิแอร์
พี่น้องลูมิแอร์ นับว่ามีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของสื่อภาพยนตร์ ( Auguste และ Louise Lumiere )ได้ทดลองออกแบบกล้องถ่ายภาพยนตร์ชื่อ Cinematoghaphy ในปี 1895 ซึ่งสิ่งประดิษฐ์นี้มีข้อดีกว่าของเอดิสันคือ สามารถนำไปถ่ายนอกสถานที่ได้ ภาพยนตร์เรื่องแรกที่พี่น้องลูมิแอร์ถ่ายทำ คือ Workers Leaving the Lumiere Factory in Lyon
2.ยุคหนังเงียบ (ค.ศ.1908-1928)
การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างปี 1914-1918 ให้พัฒนาการของสื่อภาพยนตร์ในประเทศแถบยุโรป
เหตุการณ์สำคัญ
:เป็นยุคที่นำระบบดารามีค่าตัวสูง
:ฮอลลีวูดได้กลายมาเป็นเมืองศูนย์กลางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์
:เริ่มกำเนิดภาพยนตร์สารคดีเรื่องสำคัญของ โรเบิร์ต ฟลาเฮอร์ตี้ เรื่อง Nanook of the North ปี 1922
3.ยุคหนังเสียง (ค.ศ.1928-1945)
หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 มีการค้นคว้าทดลองวิธีบันทึกเสียงลงในภาพยนตร์และเสียค่าใช้จ่ายไม่สูงมาโดยตลอด
หนังเสียงยุคแรกมีลักษณะเป็นภาพนิ่งๆ
4.ภาพยนตร์ในปัจจุบัน (ค.ศ.1965-ปัจจุบัน)
ระยะ 2 ทศวรรษหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพยนตร์มีแนวโน้มไปในเรื่องของชาตินิยมเป็นสำคัญ แต่หลังจากค.ศ.1965 ก็ได้เปลี่ยนแนวไปเป็นสากลนิยมมากขึ้น
ในทศวรรษ 1980 และ1990 กลุ่มผู้ชมภาพยนตร์มีอายุน้อยลง ผู้กำกับรุ่นใหม่เริ่มประสบความสำเร็จมากขึ้น
ยุคที่ 1 ยุคเริ่มต้น
คนไทยได้ดูหนังครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2440 ที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ ถ.เจริญกรุง
🎈ผู้ที่ถ่ายทำหนังครั้งแรกของสยาม คือ พระองค์เจ้าทองแถม ถวัลวงศ์ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ
🎈โรงหนังแห่งแรกเกิดขึ้นในปีพ.ศ.2448
🎈หนังที่ฉายเป็นหนังเงียบขาวดำ
ยุคที่ 2 ความรุ่งโรจน์ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ (2470-2489)
🎈นางสาวสุวรรณ เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก เป็นทีมถ่ายทำเป็นชาวต่างชาติ แต่ใช้นักแสดงคนไทย
🎈โชคสองชั้น เป็นภาพยนตร์ไทยที่คนไทยถ่ายทำเรื่องแรก โดยพี่น้องตระกูลวสุวัต
🎈ภาพยนตร์ข่าวเรื่องแรกของไทยที่ถ่ายทำโดยพี่น้องวสุวัต คือ เสด็จนิวัตพระนครของสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้ารำไพพรรณเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2474
🎈ภาพยนตร์เสียงเรื่องแรกของไทย คือ หลงทาง เดือนเมษายน 2475
🎈เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟิล์ม 35 มม. ขาดแคลนผู้ผลิตจึงหันมาใช้ฟิล์ม 16 มม. แทน การสร้างภาพยนตร์เสียงจึงต้องหยุด
ยุคที่ 3 ภาพยนตร์ไทยยุค 16 มม. (2490-2515)
🎈อุตสาหกรรมหนังไทยเฟื่องฟูอย่างมาก มีการสร้างหนังปีละ 70-80 เรื่อง
🎈เกิดดาราคู่ขวัญ คือ มิตร-เพชรา
🎈หนังส่วนใหญ่เนื้อหาครบรส
🎈มิตร เสียชีวิตระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์ “อินทรีทอง” เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้หนัง 16 มม. สิ้นสุดไปด้วย
ยุคที่ 4 ยุคภาพยนตร์กับการสะท้อนภาพสังคม (พ.ศ.2516-2529)
🎈มีผู้ที่ไปร่ำเรียนมาจากต่างประเทศก้าวเข้ามาในวงการหนังไทย
🎈หนังไทยแนวครบรสเอาใจคนดูก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะจาการสร้างของดอกดิน กัญญามาลย์
🎈การแข่งขันของหนังจากฮอลลีวู้ดทำให้หนังไทยเริ่มเสื่อมความนิยม
🎈เกิดโรงหนังมินิเธียเตอร์ตามห้างสรรพสินค้า กลุ่มคนดูหนัง ส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มวัยรุ่น
ยุคที่ 5 ภาพยนตร์ไทยในทศวรรษ (2530-2539)
🎈วัยรุ่นคือกลุ่มคนออกมาดูหนัง จึงมีการสร้างหนังวัยรุ่นออกมา พ.ศ. 2531-2532
🎈เนื้อหาที่วนเวียนของหนังไทย“หนังไทยตายแล้ว”
🎈จากการสร้างหนังไทยปีละ 100 กว่าเรื่อง ลดเหลือเพียง 10 กว่าเรื่องต่อปี
ยุคที่ 6 ภาพยนตร์ไทยในปัจจุบัน (2540-ปัจจุบัน)
🎈สร้างน้อย แต่ก็มีการพิถีพิถันมากขึ้น
🎈จุดเปลี่ยนสำคัญคือ “2499 อันธพาลครองเมือง”
🎈ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540-2548 มีภาพยนตร์ไทยสามารถทำรายได้มากกว่า 100 ล้านบาท
1 “สุริโยไท” 700 ล้านบาท
2 “นางนาก” 150 ล้านบาท
3 “บางระจัน” 150.4 ล้าน
4 “มือปืน/โลก/พระ/จัน” 120 ล้าน
5 “สตรีเหล็ก” (2544) 99 ล้าน
👉🏼อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยก้าวไปสู่ยุคการแข่งขันที่รุนแรง การใช้สื่อโฆษณาทุกรูปแบบกระตุ้นผู้บริโภค
👉🏼เกิดแนวภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ ภาพยนตร์ตลก ภาพยนตร์สยองขวัญ ภาพยนตร์ที่สร้างให้เกิดกระแสสังคม ภาพยนตร์ที่สะท้อนอุดมคติของความเป็นไทย ภา ผู้คนเริ่มหันกลับมาค้นหาคุณค่าของความเป็นไทย
👉🏼ภาพยนตร์ไทยได้การยอมรับในต่างประเทศ เช่น ภาพยนตร์เรื่อง “ต้มยำกุ้ง”
👉🏼การที่คนรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาในวงการ เช่น นักโฆษณา นักศึกษาที่จบภาพยนตร์โดยตรง และนักทำหนังสั้น (อินดี้) และเกิดกระแสการเติบโตของภาพยนตร์สั้นมีเวทีประกวดโดยเฉพาะ และได้รับการยอมรับมากขึ้น
ประเภทของสื่อภาพยนตร์
แบ่งตามเนื้อหา
1 Fiction film เรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง
2 Non fiction film บันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ตามความเป็นจริง
แบ่งตามระบบการสร้าง
1 การสร้างภาพยนตร์ระบบอิสระ
2 การสร้างภาพยนตร์ระบบสตูดิโอ
แบ่งตามมาตรฐานการสร้าง
1 ภาพยนตร์คุณภาพ
2 ภาพยนตร์เกรด B
แบ่งตามประเภทหรือตระกูล
Genre (ฌอง) แปลว่า ชนิด หรือ ลักษณะ
หมายถึงปัจจุบัน Genre ภาพยนตร์แต่ละประเภทมีการหลอมรวมเข้าด้วยกันค่อนข้างมาก
1 Comedy
2 Musical
3 Western
4 Gangster
5 War
6 Film Noir
7 Drama
8 Action
9 Adventure
10 Horror
11 Thriller
12 Suspense
13 Fantasy & Sci-Fi
14 Epic
👉🏼Comedy Film
คือ การแสดงที่มุ่งให้ผู้ชมหัวเราะและจบอย่างมีความสุข จัดเป็นประเภทภาพยนตร์ที่เก่าแก่มากที่สุด เริ่มตั้งแต่ยุคภาพยนตร์เงียบมากถึงยุคภาพยนตร์เสียง
🎈Comedy of incidents
🎈Comedy of situation
👉🏼Musical Film
คือ ภาพยนตร์ที่สื่อความหมายเนื้อเรื่องโดยใช้เพลงเป็นหลัก มีลักษณะดังนี้
🎈เพลงถูกนำมาใช้ดำเนินเรื่องสื่ออารมณื ความรู้สึกนึกคิดตัวละคร
🎈เพลงต้องกลมกลืนเป็นธรรมชาติ
🎈เพลงต้องมีเนื้อหาเบาไม่เครียด
เป็นที่นิยมช่วง ค.ศ.1930-1950 ซึ่งภาพยนตร์เพลงเรื่องแรกคือ “The Jazz Singer” สร้างปี 1927 ตามด้วย “Broadway Malody” ในปี 1928
👉🏼Western Film
เนื้อหาเกี่ยกับการบุกเบิกชาติ ปฏิวัติเพื่อความรุ่งโรจน์ มีลักษณะดังนี้
มีข้อขัดแย้ง
บรรลุวัตถุประสงค์ด้วยการดวนปืน
มีฉากยุคบุกเบิก
ตัวเอกมีความยุติธรรม สู้โดยไม่หวังผลตอบแทน
▶️Gangster Film
นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอาชญากรรม และการหักหลังภายในองค์กร มีลักษณะดังนี้
นักแสดงชายมากกว่านักแสดงหญิง
ตัวละครหญิงเป็นตัวประกอบ
เป็นโลกของผู้ชาย
ฉากส่วนใหญ่เป็นเมืองที่เจริญแล้ว
ฉากเน้นความมืดมน ความชั่วร้าย
War Film
เน้นสัจธรรมของการสู้รบสงคราม
▶️Film Noir
หรือ Black Film หรือ Dark Film คือ นำเสนอเรื่องราวของโลกที่มืดมนของอาชญากรรม เอกลักษณ์ดังนี้
ผู้หญิงเป็นตัวเอก ผู้ชายจะมีเบื้องหลังที่เลวร้าย
เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการทรยศ หักหลัง อับจน
จัดแสงแบบ Low-Key
Drama Film
คือ นำเสนอเรื่องราวชีวิตจริงของตัวละครที่ดำเนินไปในสังคม เน้นเนื้อหาด้านอารมณ์และ
Action
มีเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้ ใช้กำลัง ความโลดโผน เพื่อสร้างความระทึกใจแก่
Adventure
เนื้อหาเกี่ยวกับความตื่นเต้น ประสบการณ์ใหม่ๆที่พบเจอ
✊ข้อแตกต่างระหว่าง Action และ Adventure
▶️Action เน้นความดุเดือด ความรุนแรง การล่วงละเมิด การทำลายและการต่อสู้
▶️Adventure เป็นการท่องเที่ยวผจญภัย พิชิตสิ่งต่างๆ การค้นพบแผ่นดินใหม่ๆของตัวละครหลักมากกว่า
10.Horror Film , Thriller Film , Mystery and Suspense Film
Horror Film คือ ภาพยนตร์สยองขวัญ เน้นความสยดสยอง
Thriller Film คือ ภาพยนตร์เขย่าขวัญ สั่นประสาท
Mystery and Suspense Film คือ ภาพยนตร์เน้นสถานการณ์ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน
ภาพยนตร์ทั้ง 3 ประเภทมีองค์ประกอบ 4 ด้าน คือ
Moment of Suspense คือ ช่วงตื่นเต้น
Trapped Situation คือ จนมุม
Helpless Character คือ การที่ตัวละครไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
Psychic Element คือ จุดคลายความสงสัย
▶️Fantasy Movie
ภาพยนตร์เหนือจินตนาการและภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ มีความใกล้เคียงกัน คือภาพยนตร์เหนือจริงหรือเกิดจากการจินตนาการของผู้สร้าง
✊ความแตกต่างระหว่าง Fantasy กับ Sci-Fi
▶️Fantasy Movie เกิดขึ้นก่อน โดยอาคัยหลักว่าสิ่งใดๆก็ตามไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล แต่อาศัยความเชื่อของผู้ชมมากกว่า เช่น Harry Potter (2001-2007) The Golden Compass (2007)
▶️Sci-Fi เกิดขึ้นภายหลังอาศัยแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ในการสร้างโดยอ้างอิงทฤษฏีต่างๆและนำไปสู่แนวคิวที่ว่าสิ่งต่างๆอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า
▶️Epic Film
คือ ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ต้นทุนสูง เนื้อเรื่องเกี่ยวกับตำนาน ประวัติศาสตร์