ชีวิตเกษตรกร

ที่นี้คือสวนปาล์มของครอบครัวผม ซึ่งใช้ประกอบอาชีพมาตั้งแต่ก่อนผมเกิด ซึ่งการเป็นเกษตรนั้น มันไม่ง่ายเลย เราต้องมั่นดูแลต้นปาล์มของเรา ให้แข็งแรง ส่วนการเก้บเกี่ยวนั้น

เราจะใช้เคียวที่มีด้ามยาว ทำการตัดทางใบมันออกมา

แล้วเราจะเห็นทลายปาล์ม(ผลปาล์ม) ชึ่งจะเป็นผลใหญ่ และก็จะมี ลูกร่วง

ซึ้งเป็นผลปาล์มที่เม็ดเล็กๆหล่นลงมาจากตอนที่ตัดปาล์ม ความยากของงานนี้ คือการที่ต้องตัดปาล์ม ซึ่งอยู่สูงจากผืนดินประมาณ 3-4เมตร และอากาศที่ร้อนอบอ้าวในพื้นที่ภาคใต้ แต่มันก็ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ซึ่งผลปาล์มพวกนี้ จะถูกนำไปสกัดเป็นน้ำมันพืชที่เราใช้ประกอบอาหารในทุกวันนี้ๆ

สรุปweek12

ค.ศ. 1875 Francis Wayland Ayer ได้เปิดบริษัท N. W. Ayer & Son ขึ้น

ค.ศ. 1917 มีการรวมกลุ่มกันตั้งขึ้นเป็นส็นมาคมโฆษณา ชื่อ ” American Association of Advertising Agencies ”

ประวัติและพัฒนาการของการโฆษณาในประเทศไทย

▶️เริ่มแรกผู้ผลิตได้ทำการโฆษณาเองในยุคต่อ ๆ มาเริ่มมีการใช้สัญญาณชวยในการสื่อสาร เช่น การใช้ป๋องแป๋งหรือกระดิ่ง

▶️การโฆษณาของไทยได้ก้าวหน้ามาสู่สมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อ หมอบรัดเล่ย์ ได้ออกหนังสือพิมพ์ชื่อ ” หนังสือจดหมายเหตุ ” ( The Bangkok Recorder ) พ.ศ. 2387

▶️ในปีต่อมาเริ่มลงโฆษณาขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นการโฆษณาขายยาควินินของหมอบรัดเลย์ แต่การโฆษณาแบบชำระเงินเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2408 เป็นภารโฆษณาอู่บางกอกด็อค ( Bangkok Dock )

ในสมัยรัชการซี่ 6 ” กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ” พระบิดาแห่งวงการโฆษณาไทย ได้ทรงนำเอาแบบอย่างการโฆษณาธุรกิจรถไฟจากประเทศอังกฤษมาดัดแปลงใช้กับกิจการโฆษณาของรถไฟแห่งประเทศสยามจนประสบความสำเร็จ และทรงเปิดธุรกิจโฆษณาขึ้นอย่างเป็นทางการโดยการตั้งบริษัท ” สยาม แอ๊ดเวอร์ไทชิ่งขึ้น ” และห้างนายเลิศ เป็นบริษัทแรกที่ทำการโฆษณา

สมัยรัชกาลที่ 7 “กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ” ได้ทรงวจัดทำแผนรณรงค์โฆษณาของคลังออมสินเป็นครั้งแรก เรียกว่า ” ทริฟท์ แคมเพน ” ( Thrift Carnpaign ) เพื่อเชิญชวนให้ประหยัดและอดออม โดยทรงวางแผนการโฆษณาผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียง สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อบุคคล สื่อกลางแจ้งในงานต่าง ๆ และการฉายภาพยนตร์

สมัยรัชกาลที่ 8 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ( พ.ศ. 2432-2438 ) พัฒนาการของโฆษณาไทยได้ชะงักลง

สมัยรัชกาลที่ 9 หลังสงคราม ” การโฆษณา ” จึงได้หวนกลับคืนมาสู่ภาวะปกติอีกครั้ง มีสินค้าใหม่ๆ จากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายทำเกิดการแข่งขันสร้างยอดขายมากขึ้น จึงเกิดบริษัทโฆษณาอีก 3 แห่ง

พ.ศ. 2495 ได้แก่ บริษัท โกรัก แอ๊ดเวอร์ไทชิ่ง จำกัด ( Groake Advertising Co., Ltd. ) นับได้ว่าเป็นบริษัทโฆษณาสากลแห่งแรกในเมืองไทย

ตามมาด้วยบริษัท แกรันท์ แอ๊ดเวอว์ไทซิ่ง จำกัด ( Grant Advertising Co., Ltd. ) ของอเมริกาและบริษัท คาเธย์ แอ๊ดเวอร์ไทชิ่ง จำกัด ( Cathay Advertising Co., Ltd. ) จากฮ่องกง ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็น บริษัท เท็ดเบทส์ ( ประเทศไทย ) จำกัด ( Ted Bates Thailand Co., Ltd. ) ในปี พ.ศ. 2496

ในวงการโฆษณาได้ยกย่องให้นายโกร๊ก เป็นผู้บุกเบิกบริษัทโฆษณายุคใหม่จากสมัยของ บริษัทสยามแอดเวอร์ไทชิ่ง จนกระทั่งบริษัทโฆษณาได้มีวิวัฒนาการก้าวหน้าและเจริญเติบโต

พ.ศ. 2560 เกิดความเปลี่ยนแปลงในวงการโฆษณาไทยอย่างเห็นชัดเจน เมื่อ “ สื่อดิจิทัล ” สามารถแย่งตำแหน่งในตลาดสื่อโฆษณามาอยู่ในอันดับ 2 แทนที่หนังลือพิมพ์ ชึ่งมีส่วนแบ่งตลาด 12.9 % จากมูลค่าสื่อโฆษณาทั้งหมด

🌞คุณลักษณะของการโฆษณา🌞

👉🏼เป็นกิจกรรมสื่อสารมวลชน

👉🏼เป็นการสื่อสารเพื่อจูงใจ

👉🏼เป็นการจูงใจด้วยเหตุจริงและสมมติ

👉🏼เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้เงิน

🌍บทบาทของการโฆษณา

1.บทบาทของการโฆษณาในด้านการตลาด ( The Marketing Role )

2.บทบาทของการโฆษณาในด้านการสื่อสาร ( The Communication Role )

โฆษณาเป็นการสื่อสารผ่านสื่อมวลชนรูปแบบหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารข้อมูลที่สำคัญของสินค้าและบริการไปยังผู้บริโภค

3.บทบาทของการโฆษณาในด้านเศรษฐกิจ ( The Economic Role )

4.บทบาทของการโฆษณาในด้านสังคม ( The Societal Role )

🌍หน้าที่ของการโฆษณา

1. ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ( Provide product and brand information )

2. นำเสนอสิ่งจูงใจเพื่อกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา ( Provide incentives to take action )

3. โฆษณาทำหน้าที่ย้ำเตือน ( Provide reminders and reinforcement )

🚩ประเภทของการโฆษณา

1. จำแนกตามกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มย่อย

❤️การโฆษณาที่มุ่งเน้นไปที่ผู้บริโภค ( Consumer Advertising )

❤️การโฆษณาที่มุ่งเน้นไปที่องค์กร หรือ หน่วยงานธุรกิจ ( Business to business Advertising )

2. จำแนกตามขอบเขตทางภูมิศาสตร์ 4 กลุ่มย่อย

❤️การโฆษณาที่ครอบคลุมในท้องถิ่น

❤️การโฆษณาที่ครอบคลุมในภูมิภาค

❤️การโฆษณาที่ครอบคลุมระดับประเทศ

❤️การโฆษณาที่ศรอบคลุมระหว่างประเทศ

3. จำแนกตามสื่อโฆษณา สามารถจำแนกออกเป็น 5 ประเภท

❤️การโฆษณาทางสื่อสิ่งพิมพ์

❤️การโฆษณาทางสื่ออิเลคทรอนิค

❤️การโฆษณาทางสื่อนอกสถานที่

❤️การโฆษณาทางจดหมายตรง

❤️การโฆษณาทางสื่อใหม่

4. การจำแนกตามวัตถุประสงค์ของการโฆษณา 8 ประเภท

Product Advertising

Non-Product Advertising

Commercial Advertising

Non-commercial Advertising

Primary–demand Advertising

Selective-demand Advertising

Direct-action Advertising

Indirect-action Advertising

อุตสาหกรรมการโฆษณา

ผู้โฆษณา ( The Advertiser )

บริษัทโฆษณา ( Agency )

สื่อ ( Media )

🌞ข้อควรพิจารณาในการเลือกใช้สื่อสำหรับการโฆษณา🌞

1. การเข้าถึง ( Reach ) คือ การที่สื่อนั้นสามารถส่งสารไปยังลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหนในแต่ละครั้ง

2. ความถี่ ( Frequency ) คือ สื่อนั้นสามารถส่งสารซ้ำๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้บ่อยแค่ไหน

3. การเลือกกลุ่มที่เข้าถึง ( Selective ) คือ สื่อนั้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่องค์กรกำหนดได้หรือไม่

4. ประสิทธิภาพ ( Efficiency ) คือ ต้นทุนในการเข้าถึงลูกค้า เป็นเท่าไหร่ คุ้มค่าหรือไม่

assignment13

1.ความหมายของจริยธรรม/ความหมายจรรยาบรรณ

▶️จริยธรรมคือหลักการที่เป็นข้อประพฤติปฎิบัติในหมู่คณะศีลธรรม กฎหมาย

จรรยาบรรณ คือ ประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพแต่ล้ะอาชีพกำหนดเพื่อรักษาส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงรวมถึงฐานะของสมาชิก

2.ความหมายจริยธรรมและจรรยาบรรณสื่อสารมวลชน

▶️จริยธรรมสื่อสารมวลชน คือ เป็นความรับผิดชอบที่ต้องใช้จิตสำนึกพิจารณาใคร่ครวญผลกระทบต่อผู้ที่เป็นข่าว

จรรยาบรรณสื่อสารมวลชน คือ ประมวลกฎเกณฑ์มารยาทผู้ประกอบอาชีพนั้นๆ ต้องมีองค์ความรู้

3.ความสำคัญของจริยธรรมและจรรยาบรรณสื่อสารมวลชน

▶️ความสำคัญของจริยธรรม ช่วยให้ชีวิตราบรื่นมีสติอยู่เสมอช่วยสร้างนะเบียบวินัย ช่วยควบคุม ช่วยให้เจริญในด้านต่างๆ

ความสำคัญของจรรยาบรรณ ช่วยส่งเสริมมาตรฐานคุณภาพ ช่วยควบคุมจริยธรรมทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย

4.สื่อมวลชนกับการรับผิดชอบต่อสังคม

▶️เป็นอธิพลอย่างนึงในการเปลี้ยนแปลงสังคมสื่อถูกใช้เป็นเครื่องมือทั้งด้านบวกและด้านลบ

🛡ประเภทของความรับผิดชอบ🛡

1. ทางกฏหมาย รับผิดชอบในการกระทำของตน ในกรณีที่การกระทำนั้นส่งผลเสียหายต่อผู้อื่น เช่น รับโทษหรือรับใช้ค่าสินไหมทดแทน
2. ทางศีลธรรม รับผิดชอบต่อการกระทำของตนทางด้านจิตสำนึก หรือทางจิตใจ เช่น เมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆจะมีอาสาสมัครเข้าไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อน
3. ทางการเมือง ผู้มีอำนาจต้องใช้อำนาจอยู่ในธรรมนองคลองธรรม เป็นการสร้างประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง
4. ทางสังคม เป็นความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นตามหลักเหตุผลที่ว่าบุคคล จะต้องมีความรับผิดชอบต่อการกระทำใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสังคม

🛡ลักษณะความรับผิดชอบของสื่อสารมวลชน🛡

1. สื่อมวลชนต้องมีความเป็นอิสระ ทั้งจากรัฐบาล ธุรกิจขนาดใหญ่ และรางวัลตอบแทน
2. ไม่เสนอเรื่องราวที่เป็นความลับของทางราชการ
3. ไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
4. อ้างแหล่งที่มาของข่าวได้
5. เสนอรายการที่มีความหลากหลาย

กรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในสังคมและวิธีการรับผิดชอบของสื่อสารมวลชน

เช่น เพจข่าวไทยรัฐ ได้โพสต์ วิธีหั่น ชำแหละศพ ซึ่งเป็นเรื่องผิดจรรยาบรรณของสื่อ ควรนำไปปรับปรุง แยกแยะว่าอะไรดีไม่ดี

สรุป week 10

นาย พีรพัฒน์ เอ่งฉ้วน 61075948 เลขที่ 47

ผลกระทบของการเกิดสื่อใหม่

  • เกิดไลฟ์สไตล์ใหม่ (New Lifestyle)

เปลี่ยนแปลงช่องทางการ วิธีการ และช่วงเวลาที่จะรับ หรือเผยแพร่สื่อใหม่

  • เกิดการสร้างเนื้อหาส่วนบุคคล (Personal Journalism)

การอัพเดทเรื่องราวต่าง ๆ ของตนเองในช่องทางของตน

  • เกิดการสร้างเนื้อหาและการบริโภคเนื้อหาบนเครือข่ายส่วนบุคคล

บทความ หรือเรื่องราวต่าง ๆ ที่มีจุดมุ่งหมายสู่สาธารณะ

  • เกิดการสื่อสารที่อยู่บนการแบ่งปันและการมีปฏิสัมพันธ์

การถ่ายทอดสด การสร้างโพล การโหวด

  • เกิดพลวัตทางสังคมที่สูง

กระแสที่รวดเร็ว เป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่จนเกิดมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลง

  • เกิดการขัดเกลาทางสังคมผ่านโลกเสมือนจริง (Virtual Socialisation)

การเรียนรู้จากประเด็นสังคมต่าง ๆ

  • เกิดผู้ประกอบการด้านสื่อใหม่ (Cyber Entrepreneurship)

เปิดระบบเพื่อสร้างช่องทางใหม่ ๆ หรือช่วงทางเฉพาะ เพื่อผู้ใช้สื่อรายอื่น

  • เกิดโมเดลทางธุรกิจใหม่

เป็นเจ้าของระบบโดยผู้ใช้สื่อเป็นผู้ผลิตสื่อเพื่อผู้ประกอบการ เช่น การ์ตูน นิยาย ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นพนักงานหรือลูกจ้าง

  • เกิดความไม่น่าเชื่อถือ

สื่อบุคคล หรือเว็บไซต์ที่ไม่เป็นทางการ เกิดแหล่งข่าวปลอมและไม่น่าเชื่อถือ

  • การรู้เท่าทันสื่อทำให้ผู้ใช้งานกระทำการที่ไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดผลกระทบด้านต่าง ๆ ตามมา

ข่าวปลอมที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว จนเกิดความเชื่อผิด

  • ผู้ใช้งานสร้างอัตลักษณ์ของตนเองที่มีความหลากหลายในโลกไซเบอร์
  • อาชญากรรมไซเบอร์เพิ่มจำนวนมากขึ้น
  • เศรษฐกิจการค้าแบบดั้งเดิมล่มสลายไป
  • ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานลดลง

การลงทะเบียนสมัครจำเป็นต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว

  • เกิดการใช้คำพูดเพื่อแสดงความเกลียดชังมากขึ้น

ประเภทของสื่อใหม่

1. เว็บไซต์ (Website)

แหล่งข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการ อัดแน่น เป็นระบบ และหลากหลาย

2. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)

                การส่งข้อความ รูปภาพ เสียง วีดีโอ ในรูปแบบคล้ายจดหมาย มีความเป็นทางการ ส่งไปทิ้งไว้ ไม่หวังการตอบกลับ (Feedback) ทันที

3. โมบายแอพพลิเคชัน (Mobile Application)

โปรแกรมชุดคำสั่ง ใช้สั่งการหรือควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ทำงานตามสั่ง

               แอพพลิเคชั่นระบบ (Operating System)

ระบบปฏิบัติการที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์และรองรับการใช้งานของแอพพลิเคชั่น

               แอพพลิเคชันที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้

ซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เฉพาะ แต่ละแอพพลิเคชั่นมีการทำงานแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้

4. เกมออนไลน์และโลกเสมือนจริง

               เกมออนไลน์ (Online Game)

หมายถึงเกมที่เล่นกับคนอื่น ๆ ที่เป็นผู้เล่น อยู่ในเซิฟเวอร์เดียวกัน มีการสนธนา และชุมชน

               โลกเสมือนจริง (Virtual World)

                โลกเหมือน 3 มิติ ผ่านโปรแกรมจำลองรูปร่าง ลักษณะ สร้าง Avatar เพื่อสนธนากับคนอื่น ๆ จากทั่วโลก

5. โซเชียลมีเดีย (Social media)

สื่อกลางที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ทั้งเผยแพร่และเสพสื่อ

               ประเภทบทความ (Blog)

เป็นการลดรูปจากคำว่า Weblog เป็นระบบจัดการเนื้อหาที่เปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถในด้านต่าง ๆ สามารถเผยแพร่ได้ด้วยยการเขียนอย่างอิสระ เรียกว่า “Post” ซึ่งสามารถจำแนก Blog ออกเป็น 3 รูปแบบ คือ

– Blog ที่เขียนขึ้นเพื่อสื่อสารกับลูกค้า

– Micro Blog การโพสต์ข้อความสั้น ๆ ไม่เกิน 140 ตัวอักษร

– Blogger ที่เขียนจากนักเขียนอิสระ ที่มีความสามารถในการเขียนจนมีผู้ติดตาม

               ประเภทแหล่งข้อมูลหรือความรู้ (Data/Knowledge)

                โซเชียลที่เป็นแหล่งเก็บรวบรวมข้อมูล ความรู้เรื่องราวต่าง ๆ ในลักษณะเนื้อหาอิสระ หรือวิชาการ

               ประเภทเกมออนไลน์ (Online games)

                เกมกลายเป็นแหล่งโซเชียลมีเดีที่ได้รับความนิยมเนื่องจากผู้เล่นสามารถเล่น สนธนา แลกเปลี่ยน กับคนอื่นได้

               ประเภทชุมชนออนไลน์ (Online Community)

                เป็นโซเชียลมีเดียที่เน้นการสร้างเพื่อนใหม่ หรือตามหาเพื่อนเก่า แลกเปลี่ยนเรื่องราว ประสบการณ์ ความคิดต่าง ๆ ที่มีร่วมกัน

               ประเภทฝากรูปภาพ (Photo Management)

                โซเชียนมีเดียที่เน้นการฝากรูปโดยไม่เปลือง Hard Drive และสสะดวกต่อการดึกนำมาใช้งาน

               ประเภทสี่อเพื่อการแบ่งปัน (Media Sharing)

                เป็นโซเชียลมีเดียที่เน้นการฝากหรือแบ่งปันไฟล์ โดยใช้การอัพโหลดสื่อประเภทต่าง ๆ ลงในเว็บไซต์

               ประเภทซื้อ-ขาย (Business/Commerce)

                เน้นการทำธุรกิจออนไลน์ ซื้อ-ขาย สินค้าและบริการต่าง ๆ

               Social Bookmarking

                เป็นการที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถทำการ Bookmark เนื้อหาหรือเว็บไซต์ที่ชื่นชอบโดยจะไม่ขึ้นอู่กับคอมพิวเตอร์

6. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book)

หนังสือที่เก็ยอยู่ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ เข้าถึงได้โดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ ,โน้ตบุ๊ค , ฯลฯ

7. ตู้ให้บริการสารสนเทศ (Electronic Kiosks)

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการรวบรวมข้อมูลองค์กร หรือบริษัทเอาไว้ ใช้ในการทำหน้าที่ต่าง ๆ ตามความต้องการของลูกค้า

8. โทรทัศน์อินเตอร์เน็ต/โทรทัศน์โต้ตอบ

– โทรทัศน์อินเตอร์เน็ต (IP TV)

โทรทัศน์ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้

– โทรทัศน์โต้ตอบ (Interactive TV)

โทรทัศน์ที่ผู้ใช้สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งที่กำลังแสดงอยู่ได้

9. นวนิยายแบบข้อความหลายมิติ (Hypertext fiction)

วรรณกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการเชื่อมโยงหลายยมิติที่ให้เกิดบริบทใหม่โดยมีการปฏิสัมพันธ์ของผู้อ่านกับแหล่งนวนิยายต่าง ๆ

รูปแบบการใช้ประโยชน์จากสื่อใหม่

1. ด้านการสื่อสาร (Communication)

สื่อหลาย ๆ ประเภทรวมกัน มีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น มีกลุ่มอย่างชัดเจน

2. ด้านการศึกษา (Education)

สื่อใหม่เป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ ง่ายต่อการค้นหา แต่อาจมีทั้งข้อมูลจริง และข้อมูลเท็จ

3. ด้านการตลาด (Marketing)

ง่ายต่อการสร้าง Brand สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคอย่างชัดเจน ง่ายต่อการสำรวจและตรวจสอบผู้บริโภค

ความสำคัญของการสร้างการมีส่วนร่วม

  1. เป็นการเริ่มต้นการสื่อสารกับระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค
  2. เป็นช่องทางที่ทำให้ผู้ฟังเกิดการรับรู้และเข้าถึงสินค้า บริการ และผู้ผลิต
  3. เป็นดัชนีชี้วัดว่าผู้ผลิตได้กระทำบางสิ่งบางอย่างที่ถูกใจผู้บริโภค
  4. เป็นช่องทางที่นำเข้าสู่กสนปรับปรุงแก้ไขสินค้า/บริการให้ถูกต้องตรงตามความต้องการของผู้บริโภค
  5. เป็นการขยายจำนวนกลุ่มผู้ฟังรายการ

วิธีการสร้างการมีส่วนร่วมด้วยสื่อใหม่

1. พึงระลึกถึง/ทำความรู้จักกลุ่มผู้ฟัง

อาศัยแนวทางการวิเคราะห์ผู้รับสาร

2. วางแผลการสร้างเนื้อหา

– เลือก Theme หลักในการสร้างเนื้อหา สอดคล้องกับ Theme หลัก

– เลือกประเภทรูปแบบในการนำเสนอเนื้อหานั้น ๆ

3. อาศัยหลักการ 70:20:10

70 % คือ เนื้อหาหลักในการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ฟังที่วางแผนไว้แล้ว

20% คือ เนื้อหาที่กำลังอยู่ในความนิยมของผู้ฟังในขณะนั้น

10% คือ เนื้อหาที่เกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ของทางสถานี

4. พิจารณาจำนวน post เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมสำหรับผู้ฟัง

5. เวลาในการ post เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมสำหรับผู้ฟัง

– ไม่มีกำหนดตายตัวว่าจะต้อง Post ในช่วงเวลาใด

– กรณีที่ใช้ Platform ของ Facebook ก็สามารถคลิ๊กเข้าไปศึกษาได้ใน Insight เพื่อรับทราบว่ากลุ่มผู้ฟังมีพฤติกรรมการเข้าใช้ FB ในช่วงเวลาใด

6. รูปแบบ Content ที่เหมาะสมกับสร้างการมีส่วนร่วมสำหรับผู้ฟังในแต่ละ Platform

– รูปแบบของ Content เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมสำหรับผู้ฟังราการ ขึ้นอยู่กับ Social Media แต่ละ Platform

– กรณีที่ใช้ Platform ของ FD ก็สามารถคลิ๊กเข้าไปศึกษาได้ใน Insight เพื่อรับทราบว่ากลุ่มผู้ฟังมีพฤติกรรมการเข้าใช้ Facebook ในช่วงเวลาใด

– การใช้รูปภาพ/VDO คือกุญแจหลักที่สำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมฯ

วิธีการวัดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้สื่อใหม่

Parse.ly’s Survey ได้กล่าวถึง การวัดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน Social Media ดังนี้

1. พิจารณาจากจำนวนหน้าที่เข้าชมในแต่ละช่วง (Average of Pages Per Session)

กรณีที่ Content ที่ผลิตขึ้นมาจะมีหลาหน้า ให้พิจารณาการมีส่วนร่วม จากจำนวนหน้าที่ผู้ฟังเข้ามาเยี่ยมชม

2. Average Session Duration

พิจารณาจากระยะเวลาในการเข้าไปมีส่วนร่วมของผู้ใช้สื่อ

3. Bounce rate

“สัดส่วนของการเข้าชมเว็บไซต์เพียงหน้าเดียว” หรือ อัตราส่วนของผู้ใช้สื่อที่เข้ามาแล้วมีส่วนร่วมใน Social Media แล้วอยู่แค่หน้าเดียวแล้วปิดไป

4. จำนวนของผู้ฟังเก่า VS ผู้ฟังใหม่ที่เข้ามามีส่วนร่วม (Returning Visitors VS Bew Visitors)

ให้ความสำคัญกับค่าร้อยละของกลุ่มผู้ใช้สื่อเดิมที่กลับเข้ามามีส่วนร่วมในเนื้อหา

5. พิจารณาจากการแชร์ของผู้ฟัง (Shares from your article pages)

แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้สื่อเข้ามามีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่ผู้ส่งสารได้ผลิตขึ้น

6. จำนวนครั้งในการมีส่วนร่วม (Engaged time)

สามารถหาดูได้จาก Google Analytics ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญต่อการผลิต Content เพื่อการสื่อสารไปยังผู้ใช้สื่ออย่างมาก

กฎเกณฑ์และแนวปฏิบัติการใช้สื่อใหม่

  1. ต้องรู้ถึงแนวนโยบายขององค์กร/หน่วยงาน ต่อการใช้สื่อใหม่เพื่อการศึกษา เพื่อการทำงาน และการพัฒนาองค์กร
  2. ต้องตระหนักในการใช้สื่อใหม่ว่า เป้นสื่อที่มีรูปแบบและลักษณะการทำงานแบบผสมผสานทั้งการประสานงานและประสานคนในองค์กร
  3. ต้องมีความชัดเจนในการกำหนดบทบาทหน้าที่ เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ในประเด็นหรือสาระที่เกิดขึ้นจากการใช้สื่อใหม่
  4. คำนึงอยู่ว่าขั้นตอนการดำเนินงานจะทำอะไรก่อน – หลังในการใช้สื่อใหม่ทุกครั้ง
  5. คำนึงถึงหลักสำคัญของการให้เกียรติและการอมรับในข้อมูลปฐมภูมิของผู้เป็นเจ้าของหรือเป็นลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรที่นำมาใช้ในโลกแห่งสังคมออนไลน์
  6. พึงใช้สื่อใหม่อย่างระมัดระวังและสุขุมรอบคอบ
  • ใช้สื่อใหม่แบบกัลยาณมิตร มีความสุภาพเรีบร้อยยและมีมารยาทในการใช้
  • การผลิตเนื้อหาสาระหรือสื่อ ให้ตรงตามสมรรถนะ ความรู้ความสามารถของผู้ใช้
  • การเชื่อมโยงสื่อความหมายยเพื่อการโต้ตอบระหว่างกัน ควรคำนึงถึงธรรมชาติแห่งความเป็นเพื่อนมนุษ์ด้วยกันอย่างเหมาะสมตามอัตภาพ
  • ต้องยอมรับในขอ้ผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการใช้สื่อใหม่ และรับดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านั้น

การกำกับและควบคุมสื่อใหม่

  • พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 แก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2553
  • พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549
  • พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
  • พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551

สรุป WEEK 9

นาย พีรพัฒน์ เอ่งฉ้วน 61075948 เลขที่ 47

คุณลักษณะของสื่อใหม่

มีความเป็นดิจิทัล

  • การเติบโตของดิจิทัลในปี 1990 ทำให้ข้อมูลส่วนตัวได้รับการแปลงจัดเก็บและส่งเป็นดิจิทัล ทำให้ข้อมูลจำนวนมากถูกเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ขนาดกะเล็กหรือการ์ดหน่วยความจำขนาดเล็กและยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้สามารถส่งข้อมูลได้ทันทีผ่านทางสายเคเบิลและดาวเทียม
  • เกิดการหลอมรวมกันทางเทคโนโลยี หรือการรวมกันของข้อมูลในรูปแบบต่างๆ (ข้อความเสียงและภาพ) เป็นระบบหนึ่งเดียว

ก่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์

เนื่องจากเป็นการสื่อสารสองทางที่ส่งเสริมให้ผู้ส่งสารและผู้รับสารมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างง่ายดายและรวดเร็ว ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการสื่อสารมากขึ้น

มีลักษณะเป็นไฮเปอร์เท็กซ์

ไฮเปอร์เท็กซ์ หรือ ลิงก์ เป็นคุณสมบัติทั่วไปของสื่อใหม่

ก่อให้เกิดเครือข่ายทั่วโลก

ความเป็นดิจิทัล เอื้อให้ผู้ใช้สื่อมีปฏิสัมพันธ์กันทั่วโลกทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายในระดับต่างๆ

ก่อให้เกิดโลกเสมือนจริง

การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการไหลเวียนของข้อมูลที่รวดเร็วทำให้ผู้ใช้สื่อมีโอกาสนำเสนอตัวเองในแบบที่ตนเองเห็นว่าเหมาะสมในโลกเสมือนจริง

ก่อให้เกิดการจำลอง

ธรรมชาติของสื่อใหม่ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดิจิทัล ก่อให้เกิดการจำลองที่ทำให้ผู้ใช้สื่อเกิดประสบการณ์ที่สมจริง

เป็นการสื่อสารสองทาง

ผู้รับสารสามารถตอบโต้ต่อทั้ง “ตัวข่าวสาร” และ “ผู้ผลิต/ผู้ส่งข่าวสาร” ผู้รับสารจึงกลายเป็นผู้รับสารที่ active

ง่ายต่อการเข้าถึงและแพร่กระจายสารสนเทศ

ก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องเอื้อต่อการบูรณาการ

เอื้อต่อการบูรณาการ

เอื้อต่อการสร้างชุมชม

ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย พกพาสะดวก

มีลักษณะที่หลอมรวมกัน

ปฏิบัติงานร่วมกันได้

ประมวลเนื้อหาจากหลายแหล่งมาไว้รวมกัน

เพิ่มความหลากหลาย เพิ่มทางเลือก และ Long Tail

ผู้รับสาร/ผู้รับสาร กลับมาประสานกันอีกครั้ง

ส่งเสริมการรวมกลุ่มกันทางสังคมและการร่วมมือกันทางไซเบอร์

การเกิดวัฒนธรรมแบบรีมิกซ์

การเปลี่ยนจากผลผลิต มาสู่บริการ

สื่อใหม่เป็นสื่อที่อนุญาตให้ผู้รับสารเป็นผู้เปลี่ยนแปลงเนื้อหา

ความสำคัญของสื่อใหม่

  • เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ส่งกับผู้รับข่าวสาร
  • เกิดการแบ่งปันข้อมูลและความรู้ในชุมชน และเกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
  • เกิดการร่วมมือกันในทุกระดับ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาประเทศได้อีกระดับ
  • เสริมสร้างพลังให้แก่ประชาคม และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ที่ภาครัฐและเอกชนดำเนินการมากขึ้น

สรุปweek9

61075948 นายพีรพัฒน์ เอ่งฉ้วน เลขที่47

โทรทัศน์พฤติกรรมผู้ใช้สื่อโทรทัศน์ในประเทศไทย

👉🏼ความนิยมของรายการช่อง 7 ที่ออกอากาศบนแพลตฟอร์มดิจิตอล เดือนมกราคม 2562 ช่อง 7 มียอดรับชมเป็นจำนวนในการรับชมเนื้อหารายการบนแพลตฟอร์มดิจิตอล ทั้งสิ้น 17,150,887 คน หญิงจำนวนร้อยละ 50 และเพศชายจำนวนร้อยละ 50 ของยอดรับชมเป็นจำนวน ทั้งนี้ ผู้รับชมเนื้อหารายการส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 21-34 ปี

❤️คุณลักษณะของสื่อโทรทัศน์

👉🏼เป็นสื่อที่มีทั้งภาพและเสียง

👉🏼มีอายุสั้นและยาว

👉🏼ผลิตโดยองค์กรเป็นทางการ

👉🏼ผลิตโดยใช้เทคนิคด้านสื่อ

👉🏼ผู้รับสารเป็นมวลชน

👉🏼การสื่อสารอยู่ในระดับสาธารณะ

👉🏼เป็นการสื่อสารทางเดียวและสองทาง

👉🏼ปฏิกิริยาตอบกลับแบบทางอ้อมและแบบทันที

👉🏼มีปัจจัยเรื่องเวลากำหนด

👉🏼พัฒนาการของสื่อโทรทัศน์

❤️พัฒนาการของสื่อโทรทัศน์ในต่างประเทศ

👉🏼1969 ผู้ชมกว่า 530 ล้านคนทั่วโลก รับชมการถ่ายทอดสดก้าวแรกสู่ดวงจันทร์

👉🏼1976 Sony เปิดตัว Betamax เทปโฮมวิดีโอใช้อัดรายการได้อักแรกของโลก

👉🏼รายการ ABC World’s new ออกอากาศครั้งแรกผ่านช่องทาง Internet ซึ่งภายในเวลาต่อมาแอพ ดูรายการออนไลน์ต่างๆได้เติบโตและกำเนิดขึ้นทั่วโลก เช่น Netflix ,BBC

❤️พัฒนาการของสื่อโทรทัศน์ในประเทศไทย

👉🏼ก่อนกำเนิดโทรทัศน์ในประเทศไทย(2474-2475)

เริ่มต้นรู้จัก สิ่งที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Television” ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2474 โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน

❤️ยุคบุกเบิกโทรทัศน์(2491-2499)

สรรพสิริ วิริยศิริ เขียนบทความเรื่อง “วิทยุภาพ” จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีความคิดจะริเริ่มโทรทัศน์ในประเทศไทย จดทะเบียนจัดตั้ง บ.ไทยโทรทัศน์ จำกัด

❤️พ.ศ.2500-2509ยุคโทรทัศน์กับเครื่องมือทางการเมือง

25 ม.ค. 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ จัดตั้งสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 ขยายการส่งสัญญาณโทรทัศน์ไปต่างจังหวัด จอมพล ป. และจอมพลสฤษดิ์ ใช้โทรทัศน์เป็นเครื่องมือต่อสู้ทางการเมือง

❤️พ.ศ.2510-2519 ยุคแห่งการเติบโตและก้าวสู่ยุคโทรทัศน์สี ช่อง 7 ออกอากาศด้วยระบบโทรทัศน์สีเป็นรายแรก ประเดิมด้วยการถ่ายทอดสดการประกวดนางสาวไทย ก่อตั้ง โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย หรือทีวีพูล เกิดสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 (26 มี.ค. 2513) สรุปในยุคนี้เมืองไทยมีโทรทัศน์สี 4 ช่อง ช่อง 7 เดิม(ขาวดำ) > >> ช่อง 5 ช่อง 4 (ขาวดำ) >>> ช่อง 9

❤️พ.ศ.2520-2521 ยุคการพัฒนาธุรกิจต่อเนื่อง โทรทัศน์ทุกช่องพัฒนาด้านธุรกิจ และคุณภาพ บ.ไทยโทรทัศน์จำกัดยุบไป และก่อตั้ง อสมท.ขึ้นดูแลสถานีโทรทัศน์แทน

❤️พ.ศ.2530-2539 ยุคทองของโทรทัศน์ไทย มีครบทั้งฟรีทีวี ทีวีเสรี และเคเบิลทีวี สมเด็จพระเทพฯ เปิดช่อง 11 ในวันที่ 11 ก.ค. 2531 เกิดธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก ได้แก่ ไอบีซี เคเบิลทีวี / ไทยสกาย เคเบิลทีวี / ยูทีวี เคเบิล เน็ตเวิร์ค เกิดสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ใน พ.ศ.2537

❤️พ.ศ.2540-2549 ยุคการแข่งขันอย่างเข้มข้นทางธุรกิจ ช่อง 5 จัดตั้งโครงการ Thai TV Global Network ยูทีวีและไอบีซี รวมกิจการกลายเป็น UBC เพราะปัญหาสภาพเศรษฐกิจ อสมท แปรรูปกลายเป็น บริษัท อสมท จำกัด มหาชน

❤️โทรทัศน์ในประเทศไทยในยุคดิจิตอล(2557- ปัจจุบัน)พ.ศ. 2556 กสทช. ได้เปิดประมูลช่องทีวีดิจิทัล 2 ประเภทคือ ช่องรายการทั่วไป ความคนชัดสูง และ ช่องรายการทั่วไป ความคมชัดปกติ ช่องข่าวสารและสารประโยชน์ และช่องสำหรับเด็กเยาวชน เกิดรายการของโทรทัศน์ดาวเทียมและอินเทอร์เน็ต

❤️การจัดประเภทสื่อโทรทัศน์

👉🏼โทรทัศน์ของรัฐ(state Television)

👉🏼โทรทัศน์ชุมชน(community Television)

👉🏼โทรทัศน์บริการสาธารณะ(public Television)

👉🏼โทรทัศน์เชิงพาณิชย์(private or commercial Television)

👉🏼โทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก(subscription Television)

❤️จำแนกตามประเภทของเทคโนโลยีในการแพร่ภาพ(Technology Classification)

👉🏼โทรทัศน์ที่ออกอากาศทางคลื่นภาคพื้นดิน

👉🏼สถานีที่ออกอากาศทางสายเคเบิล

👉🏼สถานีโทรทัศน์ที่ออกอากาศทางดาวเทียม

👉🏼สถานีที่ออกอากาศทางอินเทอร์เน็ต

❤️จำแนกตามขนาดพื้นที่ครอบคลุมของสถานี

👉🏼สถานีโทรทัศน์ระดับชาติ

👉🏼สถานีโทรทัศน์ระดับภูมิภาค

👉🏼สถานีโทรทัศน์ระดับท้องถิ่น

👉🏼สถานีโทรทัศน์ระดับชุมชน

❤️จำแนกตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานของสถานี

👉🏼โทรทัศน์เพื่อการค้า

👉🏼โทรทัศน์เพื่อการศึกษา

👉🏼โทรทัศน์เพื่อการสอน

👉🏼โทรทัศน์วงจรปิด

👉🏼โทรทัศน์ตามสาย

❤️แบ่งตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551

👉🏼ใบอนุญาตประกอบกิจการบริการสาธารณะ

👉🏼ใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชน

👉🏼ใบอนุญาตประกอบกิจการบริการทางธุรกิจ

👉🏼อุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์

❤️ฝ่ายรายการ

👉🏼ฝ่ายรายการข่าว

👉🏼ฝ่ายผลิตและเทคนิค

👉🏼ฝ่ายการเงิน/สำนักงาน

👉🏼ฝ่ายโฆษณาและการตลาด

👉🏼ตระกูลของรายการโทรทัศน์

❤️จำแนกตระกูลของผลงานสื่อ

👉🏼การกำหนดกลุ่มผู้ชม

👉🏼กำหนดตลาดกลุ่มผู้ชมที่เป็นเป้าหมายในการ👉🏼ผลิตผลงานสื่อประเภทต่างๆ

👉🏼Type ข่าวการเมือง ข่าวอาชญากรรม ข่าวเด็กเยาวชน ข่าวต่างประเทศ

👉🏼Format ข่าวตรงไปตรงมา ข่าวด่วน ข่าวประจำวัน

❤️ละคร(Drama)

👉🏼Type อิงเรื่องจริง ชีวิต ตลกขบขัน ผจญภัย จินตนาการเหนือจริง

👉🏼Format ละครเรื่องยาว ละครตอนเดียวจบ ซีรี่ย์

👉🏼ซิทคอม(Situation Comedy)

👉🏼หยอกล้อ เสียดสี ตัวตลก

👉🏼Format ถ่ายทอดสดในห้องส่ง มีตัวละครประจำ มีแขกรับเชิญในแต่ละตอน

👉🏼เรียลลิตี้โชว์(Reality Show)

👉🏼เกมโชว์ ล่าฝัน หาคู่ พัฒนาชีวิตตัวเอง

👉🏼Format กึ่งสารคดี แข่งขัน ประกวด สร้างสภาพแวดล้อมพิเศษ

❤️เพลง(Music)

👉🏼Type แนวเพลงต่างๆเช่น R&B POP Rock Hip-Hop

👉🏼Format แสดง ถ่ายทอดสด

👉🏼การ์ตูน(Cartoon)

👉🏼Type จินตนาการเหนือจริง ฮีโร่ จอมป่วน

👉🏼Format การ์ตูนมือวาด การ์ตูน 2/3 มิติ โมชั่นกราฟิก

❤️Makeover

👉🏼Type ชีวิตจริง

👉🏼Format แข่งขัน สร้างสถานการณ์

❤️การทำอาหาร

👉🏼เกมโชว์ ขำขัน ให้ความรู้

👉🏼Format การสาธิต นอกสถานที่ การพูดคุยท่องเที่ยว หรือวันหยุด

👉🏼Type เชิงประวัติศาสตร์ อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม

👉🏼Format การพูดคุย การเล่นเกม การท่องเที่ยวในสถานที่จริง

❤️เด็ก Kids/Children’s

👉🏼Type ให้ความรู้ ให้ความบันเทิง

👉🏼Format รายการสด การเล่นเกม การสาธิต

❤️สารคดี(Documentary)

👉🏼Type สาระความรู้ สัตว์โลก วิทยาศาสตร์ ชีวประวัติ

👉🏼Format พูดคุย สนทนา บรรยาย สัมภาษณ์

❤️นิตยสารทางอากาศ(Magazine On Air)

👉🏼Type เฉพาะเรื่อง กีฬา สุขภาพ ไลฟ์สไตล์

👉🏼Format สัมภาษณ์ บรรยาย แนะนำ สาธิต

❤️กีฬา(Spot)

👉🏼Type เฉพาะเรื่อง ประเด็นกีฬา

👉🏼Format พูดคุย สัมภาษณ์ บรรยาย วิเคราะห์

👉🏼Talk Show/Chat Show

👉🏼Type บุคคลที่อยู่ในกระแส

👉🏼Format พูดคุย

❤️เกมโชว์

👉🏼Type การแข่งขัน ตอบคำถาม

👉🏼Format การประกวด แข่งขัน

❤️ไลฟ์สไตล์

👉🏼Type สุขภาพ แฟชั่น บันเทิงดารา

👉🏼Format พูดคุย สัมภาษณ์ สนทนา

❤️รายการลูกผสม

👉🏼Type ภาษาอังกฤษ การประดิษฐ์ ความรู้รอบตัว

👉🏼Format พูดคุย สัมภาษณ์ สนทนา เล่นเกม ละคร

สรุป week 8

นาย พีรพัฒน์ เอ่งฉ้วน รหัสนิสิต 61075948 เลขที่ 47

คุณลักษณะของสื่อวิทยุกระจายเสียง

  1. เป็นสื่อเสียง
  2. เน้นจิตนากการ
  3. ราคาถูก
  4. รูปแบบรายการ
  5. ฟังได้ทุกที่
  6. กระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน
  7. ผังรายการมีการไหลไปและขัดจังหวะ

การแบ่งประเภทสถานีวิทยุกระจายเสียง

แบ่งตามวัตถุประสงค์ของสถานี

  1. สถานีข่าว
  2. สถานีเพื่อการศึกษา
  3. สถานีเพื่อความบันเทิง
  4. สถานีกีฬา
  5. สถานีศาสนา
  6. สถานีจราจร
  7. สถานีบริการสาธารณะ

แบ่งตามการประกอบการ

  1. วิทยุของรัฐ
  2. วิทยุใต้ดิน
  3. วิทยุบริการสาธารณะ
  4. วิทยุของเอกชนหรือวิทยุเชิงพาณิช
  5. วิทยุชุมชน
  6. สถานีวิทยุระดับอื่นๆ

แบ่งตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายและกิจกรโทรทัศน์ พ.ศ. 2551

  • ใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชน คือใบอนุญาตสำหรับการประกอบกิจการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อบริการสาธารณะ ไม่แสวงหากำไร

ประเภทของการประกอบกิจการทางธุรกิจ

  • ใบอนุญาตประกอบการทางธุรกิจระดับชาติ
  • ใบอนุญาตประกอบการทางธุรกิจระดับภูมิภาค
  • ใบอนุญาตประกอบการทางธุรกิจระดับท้องถิ่น

อุตสาหกรรมวิทยุกระจายเสียง

การผลิต 

  • ขั้นก่อนการผลิตรายการ  คือขั้นวางแผน จัดรูปแบบรายการ เขียนบท รวมถึงการจัดเตรียมผังรายการ
  • ขั้นผลิตรายการ เป็นการออกอากาศสด หรือ การบันทึกเสียงทั้งนอกและในสถานที่
  • ขั้นหลังการผลิตรายการ คือกาตัดต่อเสียง การบันทึกเสียงลงในเทปวัสดุเพื่อนำไปใช้ในโอกาสต่อไป

การแพร่กระจาย

1.รูปแบบการส่งกระจายเสียง

Frequency modulation (FM), Amplitude Modulation (AM)

-Satellite C Band/ Satellite KU Band

-Local Cable TV

-Internet Radio Station (Radio on Dernand/live)

2.รูปแบบการรับสาร

– web Cam

-Radio on TV

– Youtube

– Facebook, Tweeter, Twitch TV…EIC…

การบริโภค

วัตถุประสงค์ขององค์กรผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงเพื่อให้ผูบริโภคเปิดรับแล้วก่อให้เกิดผลดังนี้

  • กำไร
  • พัฒนาผู้ฟังขาจรให้เป็นขาประจำ
  • การรักษาปริมาณผู้รับสาร
  • การขยายพื้นที่การับฟังให้มากขึ้น

สรุปweek7

นาย พีรพัฒน์ เอ่งฉ้วน รหัสนิสิต61075948 เลขที่47

🌍การควบคุมเนื้อหาภาพยนตร์ในอังกฤษ🌍

🛡เกิดขึ้นเมื่อปี 1912 การควบคุมกันเองของกลุ่มของผู้ผลิตภาพยนตร์ในอังกฤษที่รวมตัวกันสร้างระบบขึ้นแทนการส่งผลงานให้ทางหน่อยงานของรัฐทำควบคุมเนื้อหา BBFC

🛡ปี 1968 สมาคมภาพยนตร์แห่งอเมริกา ได้ควบคุมภาพยนตร์โดยอาศัยระบบการจัดการของภาพยนตร์ตามอายุผู้ชมก

🛡การควบคุมของประเทศไทยอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย ฉบับแรก คือ พระราชบัญญัภาพยนตร์

🛡พ.ศ. 2473 ตามมา พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสุดโทรทัศน์

🛡พ.ศ. 2530 ปัจจุบัน พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์

🛡พ.ศ. 2551 จัดประเภทภาพยนตร์เป็น7ประเภทอุตสาหกรรมภาพยนตร์

ประกอบด้วย 3 ธุรกิจ

👉🏼ธุรกิจการสร้างภาพยนตร์

ขั้นตอนการสร้างภาพยนตร์

❤️การพัฒนาโครงสร้างภาพยนตร์

Executive Producer

📍Producer. 📍Director

เตรียมงานก่อนการถ่ายทำ

📍Director. 📍Assistant Director

📍Scriptwriter. 📍Story Board Visualizer

📍Casting director. 📍Director of Photography

📍Camera Operator. 📍Art Director

📍Properties Master. 📍Costume Designer

📍Wardrobe Master. 📍Location Manager

📍Acting Coach

การถ่ายทำ

📍Director. 📍Assistant Director

📍Director of Photography. 📍Continuity

📍 Camera Operator. 📍Art Director

📍Properties Master. 📍 Camera Operator

📍Costume Designer. 📍 Wardrobe Master

📍Hair Artist. 📍Make-Up Artist

หลังการถ่ายทำ

📍Editor. 📍Sound Mixer

📍Music Composer

1.1. ธุรกิจการสร้างภาพยนตร์

บริษัทผู้ลงทุนสร้างและจัดจำหน่ายภาพยนตร์

บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์

เช่าอุปกรณ์

โรงถ่ายทำภาพยนตร์

ธุรกิจขั้นตอนหลังถ่ายทำภาพยนตร์2 ธุรกิจการจัดหน่าย

👉🏼ผู้จำหน่ายภาพยนตร์ (Distributor)

📍ผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ไทย

ภาพยนตร์ในระบบสตูดิโอ

ภาพยนตร์ในระบบอิสระ

📍ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายภาพยนตร์จากต่างประเทศ

บริษัทตัวแทนของผู้สร้างภาพยนตร์ในต่างประเทศ ได้แก่

Sony Picture Releasing Walt Disney Studios (Thailand): SDT,

United International Pictures

Warner Brothers Inc.

20th Century Fox (Thailand) Ltd.

บริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายของประเทศไทย (อิสระ) ได้แก่M Picture. Mono Flim

บริษัทในเครือสหมงคลฟิล์ม ได้แก่ มงคลเมเจอร์, มงคลภาพยนตร์

👉🏼การจัดจำหน่ายสู่โรงภาพยนตร์

การจัดจำหน่ายสู่โรงภาพยนตร์ ชั้น 1สายโรง (สายใหญ่)

สายเหนือ หรือ “ สายธนา ” ครอบคลุมภาคกลาง+ภาคเหนือ ยกเว้นสระบุรี

สายใต้ ครอบคลุมชุมพร-นราธิวาส ในเครือ “ โคลีเซี่ยมฟิล์ม ”

สายอีสาน ครอบคลุมทุกจังหวัดในภาคอีสาน 3 สาย

1.สายสหมงคลฟิล์ม

2.สายเนวาดา

3.สายไฟว์สตาร์

null

สายตะวันออก ครอบคลุมภาคตะวันออก โดย “ สมานฟิล์ม ”

สาย 8 จังหวัด ครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่1นครปฐม

2สุพรรณบุรี

3กาญจนบุรี

4ราชบุรี

5เพชรบุรี

6ประจวบศีรีขันธ์

7สมุทรสาคร

8สมุทรสงคราม

สายหนังชานเมือง ครอบคลุมเขตปริมลฑลของกรุงเทพ และโรงหนังชั้น 2 ในกทม.

สายหนังเร่

👉🏼บริษัทผลิตวีดิทัศน์

1.Mangpong 1989

2.Right Beyond

3.Rose Media & Entertainment

4.อื่นๆ

👉🏼สถานีโทรทัศน์

ระบบอินเทอร์เน็ต เช่น itunes. Netflix Amazon Prime. HBO NOW

👉🏼ธุรกิจการจัดฉายภาพยนตร์และแสดงภาพยนตร์

🚩เพื่อการพานิชย์
🚩Major Cineplex

🚩SF Cinema
🚩ไม่แสวงหาผลกำไร

🚩สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพฯ
🚩สถาบันเกอเธ่

🚩สถาบันปรีดีพนมยงค์
🚩หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ

สรุปweek6

นาย พีรพัฒน์ เอ่งฉ้วน 61075948

🌍ความหมาย🌍

:กระบวนการบันทึกภาพด้วยฟิล์มนำออกฉายให้เห็นภาพเคลื่อนไหว

:สื่อที่ถ่ายทอดอารมณ์ เหตุการณ์ ศิลปะ วรรณกรรม สารคดี และจินตนาการ ออกสู่สาธารณะชน ในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว

📍คุณลักษณะ

:ต้นทุน/ซับซ้อน

:ใช้ทรัพยากรบุคคลทักษะสูง

:ถูกครอบครองโดยบริษัทใหญ่ๆ

:คุณค่าทางศิลปะสูง

:มิติของสังคมและวัฒนธรรม

📍พัฒนาการของสื่อภาพยนตร์

ภาพยนตร์เกิดจากหลักการ “ภาพติดตา” หมายถึง การที่ดวงตาของมนุษย์จะยังคงเห็นภาพค้างอยู่ในดวงตาระยะหนึ่ง

1.ยุคบุกเบิก (ค.ศ.1815-1907)

การทดลองของเอ็ดเวิร์ด มอยบริดจ์

ชาวอังกฤษได้คิดค้นอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูภาพเคลื่อนไหว “zoopraxiscope” ได้สำเร็จและเผยแพร่ต่อสาธารณชนราวปี

ค.ศ. 1879 การศึกษาของมอยบริดจ์กลายเป็นแรงบันดาลใจ

การทดลองของเอดิสันและคณะ

🎈เอดิสันทดลองเกี่ยวกับภาพยนตร์ในราวปี ค.ศ.1888

สามารถประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพยนตร์เครื่องแรกของโลกได้ในปี 1890 ชื่อ “Kinetograph” และประดิษฐ์ภาพยนตร์ที่เรียกว่า Kinetoscopeในปี 1891 เป็นลักษณะ “ถ้ำมอง” ที่ดูได้ทีละคน

🎈สิ่งประดิษฐ์ของพี่น้องลูมิแอร์

พี่น้องลูมิแอร์ นับว่ามีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของสื่อภาพยนตร์ ( Auguste และ Louise Lumiere )ได้ทดลองออกแบบกล้องถ่ายภาพยนตร์ชื่อ Cinematoghaphy ในปี 1895 ซึ่งสิ่งประดิษฐ์นี้มีข้อดีกว่าของเอดิสันคือ สามารถนำไปถ่ายนอกสถานที่ได้ ภาพยนตร์เรื่องแรกที่พี่น้องลูมิแอร์ถ่ายทำ คือ Workers Leaving the Lumiere Factory in Lyon

2.ยุคหนังเงียบ (ค.ศ.1908-1928)

     การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างปี 1914-1918 ให้พัฒนาการของสื่อภาพยนตร์ในประเทศแถบยุโรป

เหตุการณ์สำคัญ

:เป็นยุคที่นำระบบดารามีค่าตัวสูง

:ฮอลลีวูดได้กลายมาเป็นเมืองศูนย์กลางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์

:เริ่มกำเนิดภาพยนตร์สารคดีเรื่องสำคัญของ โรเบิร์ต ฟลาเฮอร์ตี้ เรื่อง Nanook of the North ปี 1922

3.ยุคหนังเสียง (ค.ศ.1928-1945)

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 มีการค้นคว้าทดลองวิธีบันทึกเสียงลงในภาพยนตร์และเสียค่าใช้จ่ายไม่สูงมาโดยตลอด

หนังเสียงยุคแรกมีลักษณะเป็นภาพนิ่งๆ

4.ภาพยนตร์ในปัจจุบัน (ค.ศ.1965-ปัจจุบัน)

ระยะ 2 ทศวรรษหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพยนตร์มีแนวโน้มไปในเรื่องของชาตินิยมเป็นสำคัญ แต่หลังจากค.ศ.1965 ก็ได้เปลี่ยนแนวไปเป็นสากลนิยมมากขึ้น

     ในทศวรรษ 1980 และ1990 กลุ่มผู้ชมภาพยนตร์มีอายุน้อยลง ผู้กำกับรุ่นใหม่เริ่มประสบความสำเร็จมากขึ้น

ยุคที่ 1 ยุคเริ่มต้น

คนไทยได้ดูหนังครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2440 ที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ ถ.เจริญกรุง

🎈ผู้ที่ถ่ายทำหนังครั้งแรกของสยาม คือ พระองค์เจ้าทองแถม ถวัลวงศ์ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ

🎈โรงหนังแห่งแรกเกิดขึ้นในปีพ.ศ.2448

🎈หนังที่ฉายเป็นหนังเงียบขาวดำ

ยุคที่ 2 ความรุ่งโรจน์ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ (2470-2489)

🎈นางสาวสุวรรณ เป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก เป็นทีมถ่ายทำเป็นชาวต่างชาติ แต่ใช้นักแสดงคนไทย

🎈โชคสองชั้น เป็นภาพยนตร์ไทยที่คนไทยถ่ายทำเรื่องแรก โดยพี่น้องตระกูลวสุวัต

🎈ภาพยนตร์ข่าวเรื่องแรกของไทยที่ถ่ายทำโดยพี่น้องวสุวัต คือ เสด็จนิวัตพระนครของสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้ารำไพพรรณเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2474

🎈ภาพยนตร์เสียงเรื่องแรกของไทย คือ หลงทาง เดือนเมษายน 2475

🎈เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟิล์ม 35 มม. ขาดแคลนผู้ผลิตจึงหันมาใช้ฟิล์ม 16 มม. แทน การสร้างภาพยนตร์เสียงจึงต้องหยุด

ยุคที่ 3 ภาพยนตร์ไทยยุค 16 มม. (2490-2515)

🎈อุตสาหกรรมหนังไทยเฟื่องฟูอย่างมาก มีการสร้างหนังปีละ 70-80 เรื่อง

🎈เกิดดาราคู่ขวัญ คือ มิตร-เพชรา

🎈หนังส่วนใหญ่เนื้อหาครบรส

🎈มิตร เสียชีวิตระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์ “อินทรีทอง” เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้หนัง 16 มม. สิ้นสุดไปด้วย

ยุคที่ 4 ยุคภาพยนตร์กับการสะท้อนภาพสังคม (พ.ศ.2516-2529)

🎈มีผู้ที่ไปร่ำเรียนมาจากต่างประเทศก้าวเข้ามาในวงการหนังไทย

🎈หนังไทยแนวครบรสเอาใจคนดูก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะจาการสร้างของดอกดิน กัญญามาลย์

🎈การแข่งขันของหนังจากฮอลลีวู้ดทำให้หนังไทยเริ่มเสื่อมความนิยม

🎈เกิดโรงหนังมินิเธียเตอร์ตามห้างสรรพสินค้า กลุ่มคนดูหนัง ส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มวัยรุ่น

ยุคที่ 5 ภาพยนตร์ไทยในทศวรรษ (2530-2539)

🎈วัยรุ่นคือกลุ่มคนออกมาดูหนัง จึงมีการสร้างหนังวัยรุ่นออกมา พ.ศ. 2531-2532

🎈เนื้อหาที่วนเวียนของหนังไทย“หนังไทยตายแล้ว”

🎈จากการสร้างหนังไทยปีละ 100 กว่าเรื่อง ลดเหลือเพียง 10 กว่าเรื่องต่อปี

ยุคที่ 6 ภาพยนตร์ไทยในปัจจุบัน (2540-ปัจจุบัน)

🎈สร้างน้อย แต่ก็มีการพิถีพิถันมากขึ้น

🎈จุดเปลี่ยนสำคัญคือ “2499 อันธพาลครองเมือง”

🎈ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540-2548 มีภาพยนตร์ไทยสามารถทำรายได้มากกว่า 100 ล้านบาท

1 “สุริโยไท” 700 ล้านบาท

2 “นางนาก” 150 ล้านบาท

3 “บางระจัน” 150.4 ล้าน

4 “มือปืน/โลก/พระ/จัน” 120 ล้าน

5 “สตรีเหล็ก” (2544) 99 ล้าน

👉🏼อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยก้าวไปสู่ยุคการแข่งขันที่รุนแรง การใช้สื่อโฆษณาทุกรูปแบบกระตุ้นผู้บริโภค

👉🏼เกิดแนวภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ ภาพยนตร์ตลก ภาพยนตร์สยองขวัญ ภาพยนตร์ที่สร้างให้เกิดกระแสสังคม ภาพยนตร์ที่สะท้อนอุดมคติของความเป็นไทย ภา ผู้คนเริ่มหันกลับมาค้นหาคุณค่าของความเป็นไทย

👉🏼ภาพยนตร์ไทยได้การยอมรับในต่างประเทศ เช่น ภาพยนตร์เรื่อง “ต้มยำกุ้ง”

👉🏼การที่คนรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาในวงการ เช่น นักโฆษณา นักศึกษาที่จบภาพยนตร์โดยตรง และนักทำหนังสั้น (อินดี้) และเกิดกระแสการเติบโตของภาพยนตร์สั้นมีเวทีประกวดโดยเฉพาะ และได้รับการยอมรับมากขึ้น

ประเภทของสื่อภาพยนตร์

แบ่งตามเนื้อหา

1 Fiction film เรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง

2 Non fiction film บันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ตามความเป็นจริง

แบ่งตามระบบการสร้าง

1 การสร้างภาพยนตร์ระบบอิสระ

2 การสร้างภาพยนตร์ระบบสตูดิโอ

แบ่งตามมาตรฐานการสร้าง

1 ภาพยนตร์คุณภาพ

2 ภาพยนตร์เกรด B

แบ่งตามประเภทหรือตระกูล

Genre (ฌอง) แปลว่า ชนิด หรือ ลักษณะ

หมายถึงปัจจุบัน Genre ภาพยนตร์แต่ละประเภทมีการหลอมรวมเข้าด้วยกันค่อนข้างมาก

1 Comedy

2 Musical

3 Western

4 Gangster

5 War

6 Film Noir

7 Drama

8 Action

9 Adventure

10 Horror

11 Thriller

12 Suspense

13 Fantasy & Sci-Fi

14 Epic

👉🏼Comedy Film

คือ การแสดงที่มุ่งให้ผู้ชมหัวเราะและจบอย่างมีความสุข จัดเป็นประเภทภาพยนตร์ที่เก่าแก่มากที่สุด เริ่มตั้งแต่ยุคภาพยนตร์เงียบมากถึงยุคภาพยนตร์เสียง

🎈Comedy of incidents

🎈Comedy of situation

👉🏼Musical Film

คือ ภาพยนตร์ที่สื่อความหมายเนื้อเรื่องโดยใช้เพลงเป็นหลัก มีลักษณะดังนี้

🎈เพลงถูกนำมาใช้ดำเนินเรื่องสื่ออารมณื ความรู้สึกนึกคิดตัวละคร

🎈เพลงต้องกลมกลืนเป็นธรรมชาติ

🎈เพลงต้องมีเนื้อหาเบาไม่เครียด

เป็นที่นิยมช่วง ค.ศ.1930-1950 ซึ่งภาพยนตร์เพลงเรื่องแรกคือ “The Jazz Singer” สร้างปี 1927 ตามด้วย “Broadway Malody” ในปี 1928

👉🏼Western Film

เนื้อหาเกี่ยกับการบุกเบิกชาติ ปฏิวัติเพื่อความรุ่งโรจน์ มีลักษณะดังนี้

มีข้อขัดแย้ง

บรรลุวัตถุประสงค์ด้วยการดวนปืน

มีฉากยุคบุกเบิก

ตัวเอกมีความยุติธรรม สู้โดยไม่หวังผลตอบแทน

▶️Gangster Film

นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอาชญากรรม และการหักหลังภายในองค์กร มีลักษณะดังนี้

นักแสดงชายมากกว่านักแสดงหญิง

ตัวละครหญิงเป็นตัวประกอบ

เป็นโลกของผู้ชาย

ฉากส่วนใหญ่เป็นเมืองที่เจริญแล้ว

ฉากเน้นความมืดมน ความชั่วร้าย

War Film

เน้นสัจธรรมของการสู้รบสงคราม

▶️Film Noir

หรือ Black Film หรือ Dark Film คือ นำเสนอเรื่องราวของโลกที่มืดมนของอาชญากรรม เอกลักษณ์ดังนี้

ผู้หญิงเป็นตัวเอก ผู้ชายจะมีเบื้องหลังที่เลวร้าย

เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการทรยศ หักหลัง อับจน

จัดแสงแบบ Low-Key

Drama Film

คือ นำเสนอเรื่องราวชีวิตจริงของตัวละครที่ดำเนินไปในสังคม เน้นเนื้อหาด้านอารมณ์และ

Action

มีเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้ ใช้กำลัง ความโลดโผน เพื่อสร้างความระทึกใจแก่

Adventure

เนื้อหาเกี่ยวกับความตื่นเต้น ประสบการณ์ใหม่ๆที่พบเจอ

✊ข้อแตกต่างระหว่าง Action และ Adventure

▶️Action เน้นความดุเดือด ความรุนแรง การล่วงละเมิด การทำลายและการต่อสู้

▶️Adventure เป็นการท่องเที่ยวผจญภัย พิชิตสิ่งต่างๆ การค้นพบแผ่นดินใหม่ๆของตัวละครหลักมากกว่า

10.Horror Film , Thriller Film , Mystery and Suspense Film

Horror Film คือ ภาพยนตร์สยองขวัญ เน้นความสยดสยอง

Thriller Film คือ ภาพยนตร์เขย่าขวัญ สั่นประสาท

Mystery and Suspense Film คือ ภาพยนตร์เน้นสถานการณ์ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน

ภาพยนตร์ทั้ง 3 ประเภทมีองค์ประกอบ 4 ด้าน คือ

Moment of Suspense คือ ช่วงตื่นเต้น

Trapped Situation คือ จนมุม

Helpless Character คือ การที่ตัวละครไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

Psychic Element คือ จุดคลายความสงสัย

▶️Fantasy Movie

ภาพยนตร์เหนือจินตนาการและภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ มีความใกล้เคียงกัน คือภาพยนตร์เหนือจริงหรือเกิดจากการจินตนาการของผู้สร้าง

✊ความแตกต่างระหว่าง Fantasy กับ Sci-Fi

▶️Fantasy Movie เกิดขึ้นก่อน โดยอาคัยหลักว่าสิ่งใดๆก็ตามไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล แต่อาศัยความเชื่อของผู้ชมมากกว่า เช่น Harry Potter (2001-2007) The Golden Compass (2007)

▶️Sci-Fi เกิดขึ้นภายหลังอาศัยแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ในการสร้างโดยอ้างอิงทฤษฏีต่างๆและนำไปสู่แนวคิวที่ว่าสิ่งต่างๆอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า

▶️Epic Film

คือ ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ต้นทุนสูง เนื้อเรื่องเกี่ยวกับตำนาน ประวัติศาสตร์

สรุป week 4-5

นายพีรพัฒน์ เอ่งฉ้วน 61075948

🎃ความหมายของหนังสือพิมพ์🎃

“ หนังสือพิมพ์” เป็นแหล่งรวบรวมข่าวสารข้อมูลเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่เป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน เป็นสื่อที่นำเสนอเนื้อหาสารหลากหลายรูปแบบ

🎃คุณลักษณะของหนังสือพิมพ์🎃

1. ทำหน้าที่ในการรายงานข่าว เหตุการณ์ ข้อเท็จจริง

2. มีความเที่ยงตรงรวดเร็ว

3. มีการนำเสนอเนื้อหาสาระที่หลากหลาย

4. พิมพ์บนกระดาษและนำเสนอผ่านออนไลน์

5. จำหน่ายเป็นรายวันหรือสัปดาห์

6. มีความคงทน

🎃บทบาทหน้าที่ของหนังสือพิมพ์🎃

เป็นผู้สังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวต่างๆในสังคม

เชื่อมหน่วยต่างๆในสังคม

ถ่ายทอดมรดกทางสังคม

ให้ความบันเทิง

🎃หน้าที่ของหนังสือพิมพ์🎃

รายงานข่าวสารความเคลื่อนไหวในสังคม

เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในสังคม

ให้ความบันเทิง 

เป็นสื่อกลางโฆษณาสินค้า

🎃องค์ประกอบของหนังสือพิมพ์🎃

ข่าว

รูปภาพ

บทวิเคราะห์/สาร/คดี/คอลัมน์ต่างๆ

หน้าบันเทิง

งานโฆษณา

🎃อุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์🎃

🎈กองบรรณาธิการ

ทำหน้าที่ รับผิดชอบต้นฉบับเนื้อหาและงานเขียนทุกประเภท ไม่รวมโฆษณา จำแนกเป็นหน่วยต่างๆดังนี้

ห้องข่าวหรือโต๊ะข่าว รับผิดชอบ ด้านงานข่าวภายใต้การดูแลของหัวหน้าโต๊ะข่าว

ฝ่ายบรรณาธิการ รับผิดชอบ ด้านการตรวจสอบแก้ไข ปรับปรุงต้นฉบับให้ถูกต้อง ข้อเท็จจริง เนื้อหา ภาษา การสั่งพิมพ์และรูปแบบการนำเสนอ

ฝ่ายบรรณาธิการ/คอลัมน์รับผิดชอบ เขียนที่เป็นบทบรรณาธิการ บทแสดงความคิดเห็น จดหมายถึงบรรณาธิการ รวมถึงการ์ตูนล้อการเมือง

ฝ่ายภาพ รับผิดชอบ ต้นฉบับภาพประเภทต่างๆ

ฝ่ายศิลป์ รับผิดชอบ ด้านงานศิลป์ทั้งหมดรวมถึงออกแบบจัดหน้าหนังสือพิมพ์

ฝ่ายห้องสมุดหนังสือพิมพ์ รับผิดชอบ แหล่งเก็บรวมข่าวสารที่เคยนำเสนอในหนังสือพิมพ์ รวมทั้งเบื้องหลังข่าว แหล่งข่าวที่ผู้สืบข่าวรวบรวมมาได้

🎈กองการธุรกิจ

ทำหน้าที่ รับผิดชอบด้านการวางแผนต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตเนื้อหาในหนังสือพิมพ์ เช่น ด้านบัญชีการเงิน จัดสรรงบประมาณต่างๆ ฯลฯ

🎈กองการตลาดและส่งเสริมการขาย

ฝ่ายโฆษณา รับผิดชอบ ด้านการกำหนดนโยบายและอัตราการขายพื้นที่โฆษณา

ฝ่ายจัดจำหน่าย รับผิดชอบ ด้านการบริหารยอดจำหน่าย กลยุทธ์ทางการตลาด การจัดส่งหนังสือพิมพ์

ฝ่ายรับพิมพ์งานพิเศษ รับผิดชอบ ด้านการรับจ้างพิมพ์งานพิเศษ เพื่อเพิ่มรายได้เข้าหนังสือพิมพ์

ทำหน้าที่ รับผิดชอบด้านการส่งเสริมด้านการตลาดและการขายหนังสือพิมพ์

🎈กองการผลิต

ทำหน้าที่ รับผิดชอบด้านการนำต้นฉบับที่สมบูรณ์สู่กระบวนการผลิตเพื่อจัดพิม์เป็นรูปเล่ม หรือแบบออนไลน์เพื่อจัดจำหน่าย

🎈กองอำนวยการ

คือเจ้าของหรือผู้บริหารหนังสือพิมพ์ ทำหน้าที่ดูแลประสิทธิภาพการดำเนินของหน่วยงานให้บรรลุเป้าหมาย

🎈กองบรรณาธิการ

ทำหน้าที่ รับผิดชอบต้นฉบับเนื้อหาและงานเขียนทุกประเภท ไม่รวมโฆษณา จำแนกเป็นหน่วยต่างๆดังนี้

ห้องข่าวหรือโต๊ะข่าว รับผิดชอบ ด้านงานข่าวภายใต้การดูแลของหัวหน้าโต๊ะข่าว

ฝ่ายบรรณาธิการ รับผิดชอบ ด้านการตรวจสอบแก้ไข ปรับปรุงต้นฉบับให้ถูกต้อง ข้อเท็จจริง เนื้อหา ภาษา การสั่งพิมพ์และรูปแบบการนำเสนอ

ฝ่ายบรรณาธิการ/คอลัมน์รับผิดชอบ เขียนที่เป็นบทบรรณาธิการ บทแสดงความคิดเห็น จดหมายถึงบรรณาธิการ รวมถึงการ์ตูนล้อการเมือง

ฝ่ายภาพ รับผิดชอบ ต้นฉบับภาพประเภทต่างๆ

ฝ่ายศิลป์ รับผิดชอบ ด้านงานศิลป์ทั้งหมดรวมถึงออกแบบจัดหน้าหนังสือพิมพ์

ฝ่ายห้องสมุดหนังสือพิมพ์ รับผิดชอบ แหล่งเก็บรวมข่าวสารที่เคยนำเสนอในหนังสือพิมพ์ รวมทั้งเบื้องหลังข่าว แหล่งข่าวที่ผู้สืบข่าวรวบรวมมาได้

🎈กองการธุรกิจ

ทำหน้าที่ รับผิดชอบด้านการวางแผนต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผลิตเนื้อหาในหนังสือพิมพ์ เช่น ด้านบัญชีการเงิน จัดสรรงบประมาณต่างๆ ฯลฯ

ฝ่ายโฆษณา รับผิดชอบ ด้านการกำหนดนโยบายและอัตราการขายพื้นที่โฆษณา

ฝ่ายจัดจำหน่าย รับผิดชอบ ด้านการบริหารยอดจำหน่าย กลยุทธ์ทางการตลาด การจัดส่งหนังสือพิมพ์

ฝ่ายรับพิมพ์งานพิเศษ รับผิดชอบ ด้านการรับจ้างพิมพ์งานพิเศษ เพื่อเพิ่มรายได้เข้าหนังสือพิมพ์

🎈กองการตลาดและส่งเสริมการขาย

ทำหน้าที่ รับผิดชอบด้านการส่งเสริมด้านการตลาดและการขายหนังสือพิมพ์

🎈กองการผลิต

ทำหน้าที่ รับผิดชอบด้านการนำต้นฉบับที่สมบูรณ์สู่กระบวนการผลิตเพื่อจัดพิม์เป็นรูปเล่ม หรือแบบออนไลน์เพื่อจัดจำหน่าย

🎈กองอำนวยการ

คือเจ้าของหรือผู้บริหารหนังสือพิมพ์ ทำหน้าที่ดูแลประสิทธิภาพการดำเนินของหน่วยงานให้บรรลุเป้าหมาย

🎃ประวัตินิตยสาร🎃

🎄ความหมายของนิตยสาร🎄

สื่อสิ่งพิมพ์ที่กำหนดระยะเวลาการออกไว้อย่างแน่นอน มีเนื้อหาที่เจาะลึกเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง สำหรับกลุ่มบุคคล มีชื่อเรียกที่แน่นอน จัดแบ่งเป็นคอลัมน์หรือแบ่งส่วนเฉพาะ

🎄ความแตกต่างระหว่างนิตยสารและหนังสือพิมพ์🎄

1. ด้านเนื้อหา

หนังสือพิมพ์มุ่งเน้นรายงานข่าวสาร แต่นิตยสารมุ่งเน้นนำเสนอเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มีกลุ่มผู้อ่านเฉพาะ มีเนื้อหาที่ลุ่มลึกกว่า

2. ด้านการตีพิมพ์

หนังสือพิมพ์จะพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายปักษ์ แต่นิตยสารมีกำหนดการออกเป็น “รายคาบ” โดยระบุว่าจะตีพิมพ์เป็น รายวัน รายยสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดือน

3. ด้านลักษณะรูปเล่ม

หนังสือพิมพ์เป็น “กระดาษบอกข่าว” ไม่มีการเย็บเล่ม ไม่มีปก แต่นิตยสารจะเป็น “หนังสือ” มีการเย็บเล่ม มีปก

🎄ประเภทของนิตยสาร🎄

1. นิตยสารวิชาชีพ

2. นิตยสารธุรกิจ

3. นิตยสารเพื่อผู้บริโภค

3.1 ปัจจัยด้านการตลาดทำให้เกิดนิตยสารใหม่ ๆ

3.2 การร่วมมือจัดทำนิตยสารกับสื่ออื่น ๆ

3.3 การแพร่กระจายของนิตยสารหัวนอก

3.4 วิถีชีวิตของผู้คนสมัยใหม่ทำให้เกิดนิตยสารใหม่

4. นิตยสารออนไลน์

🎃อุตสาหกรรมนิตยสาร🎃

พิจารณาอุตสาหกรรมนิตยสารต้องพิจารณาจาก 2 ส่วน คือ

 1. การลงทุนและการขยายธุรกิจ

การลงทุนของเจ้าของ

การโฆษณา

รายได้จากผู้อ่าน

การระดมทุน

 2. กลุ่มธุรกิจสื่อ 
การควบรวมธุรกิจนิตยสารมี 2 รูปแบบคือ

  1 การรวมตัว 
การรวมตัวของธุรกิจนิตยสาร จำแนกออกเป็น  ลักษณะคือ

การรวมตัวแบบแนวดิ่ง 
ขยายกิจการกับยริษัทผู้ผลิตที่มีกิจการครบวงจร

การรวมตัวแบบแนวระนาบ 
ผู้ผลิตไม่ยึดติดกับสื่อเดิมเพียงอย่างเดียว

  2 การขยายกิจการที่ 
เน้นเฉพาะธุรกิจสิ่งพิมพ์

3. โครงสร้างองค์กรในธุรกิจนิตยสาร

ผู้พิมพ์โฆษณา  
วางแผนบริหารงานส่วนกลาง เป็นหน่วยดูแลค่าใช้จ่ายการดำเนินการขององค์กร

กองบรรณาธิการ 
กำหนดเนื้อหาสาระของนิตยสาร รวมทั้งการออกแบบรูปเล่มของนิตยสารมี

 ฝ่ายโฆษณา 
รับผิดชอบนโยบายและอัตราการขาพื้นที่โฆษณา

ฝ่ายจัดจำหน่าย 
บริหารยอดจำหน่าย กลยุทธ์ทางการตลาด การจัดส่งนิตสาร

ฝ่ายการผลิต 
นำต้นฉบับเข้าสู่กระบวนการพิมพ์เป็นรูปเล่ม หรือรูปแบบออนไลน์เพื่อจำหน่าย